สักคิ้วมาแล้วทรงไม่ได้?
อัปเดตหัตถการลบรอยสักคิ้วยุคใหม่
ลบสีตรงจุด
ไม่ทิ้งรอย ขนคิ้วไม่ร่วง
สักคิ้วมาแล้วทรงไม่ถูกใจ
สีสักเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือเขียว ทรงคิ้วเดิมไม่เข้ากับใบหน้าอีกต่อไป
ปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีลบรอยสักคิ้วเพื่อปรับทรงให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนยังลังเล คือความกังวลเรื่องขนคิ้วร่วง ผิวเป็นแผล หรือเกิดแผลเป็นหลังทำ
ความกังวลทั้งหมดนี้
ค่อย ๆ หมดไปเมื่อมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญต่อมาสำหรับคนที่อยากลบรอยสักคิ้วคือ
“ควรเลือกวิธีไหน” โดยบทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักวิธีลบรอยสักด้วยเลเซอร์
แต่จะเป็นเลเซอร์รูปแบบไหน และมีตัวเด่นอะไรบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน
เทคโนโลยีเลเซอร์ลบรอยสักยุคใหม่:
สลายเม็ดสีอย่างตรงจุด โดยไม่ทำลายรากขน
ในอดีต
การลบรอยสักอาจพึ่งพาพลังงานความร้อนสูง ซึ่งมีโอกาสส่งผลให้ผิวเกิดการเบิร์น
หรือทำลายเซลล์รากขนบริเวณคิ้ว แต่เทคโนโลยีการรักษาในปัจจุบัน เช่น
การใช้พลังงานเลเซอร์ในกลุ่ม Picosecond Laser
หรือ Q-Switched
รุ่นพัฒนาพิเศษ
ได้เข้ามาเปลี่ยนมาตรฐานการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
แนะนำโปรแกรมเลเซอร์ที่เหมาะสำหรับลบรอยสักคิ้ว
1. MedLite C6 Laser
เลเซอร์ Q-Switched
สำหรับจัดการเม็ดสีสัก
เป็นเลเซอร์ชนิดที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้น โดยมีความยาวคลื่นหลัก 1,064
และ 532 นาโนเมตร
ซึ่งสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับเม็ดสีแต่ละชนิดได้
- ความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตรมักใช้กับเม็ดสีดำและสีน้ำเงินเข้ม
- ความยาวคลื่น 532 นาโนเมตรสามารถใช้กับเม็ดสีแดงบางชนิดได้
ทั้งนี้
การตอบสนองขึ้นอยู่กับส่วนผสมของหมึกและลักษณะของรอยสักด้วย
จุดเด่นของ MedLite
C6 Laser
✓ ใช้พลังงานเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเหมาะสมเพื่อจัดการเม็ดสีสัก
✓ สามารถเลือกความยาวคลื่นให้เหมาะกับเม็ดสีบางประเภทได้
✓ ใช้ลบรอยสักบนร่างกายและรอยสักคิ้วได้
2. PicoSure Laser
PicoSure Laser ใช้เทคโนโลยี
Picosecond Laser ปล่อยพลังงานเร็วระดับ
1 ในล้านล้านวินาที
โดยใช้กลไกทางแสงเพื่อทำให้อนุภาคเม็ดสีแตกตัว
และออกแบบมาเพื่อลดการสะสมความร้อนในเนื้อเยื่อเมื่อเทียบกับเลเซอร์บางประเภท
จุดเด่นของ PicoSure
Laser
✓ ใช้พลังงานเลเซอร์ในช่วงเวลาสั้นมาก
เพื่อช่วยให้เม็ดสีแตกตัว
✓ สามารถลบรอยสักได้ทุกสี ไม่ว่าจะเป็นสีดำ สีแดง
สีเขียว สีฟ้า และสีอื่น ๆ หรือสีผสม
✓ สามารถลบได้ทั้งรอยสักที่ใช้เครื่อง
และสักด้วยมือ
✓ ปลอดภัยต่อผิว
ไม่ทำให้เกิดความร้อนในผิวบริเวณข้างเคียง
หลักการทำงานของเลเซอร์สำหรับลบรอยสักคิ้ว
- การแตกตัวของเม็ดสี (Selective
Photothermolysis): เครื่องเลเซอร์จะปล่อยพลังงานแสงความเร็วสูงระดับวินาที
เข้าไปจับกับเม็ดสี (Pigment) ของรอยสักใต้ชั้นผิวอย่างจำเพาะ
เจาะจงให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กมากๆ
- กลไกการขับออกตามธรรมชาติ: เมื่อเม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคเล็กแล้ว
ระบบภูมิคุ้มกันและเซลล์กลืนกิน (Macrophage) ของร่างกายจะค่อย ๆ
ลำเลียงและขับเม็ดสีเหล่านั้นออกจากร่างกายตามกลไกธรรมชาติ
จุดเด่นของการรักษา
- ปกป้องรากขนคิ้ว (Hair
Follicle Preservation): พลังงานมีความจำเพาะต่อเม็ดสีสักเท่านั้น
จึงไม่ทำลายเซลล์รากขน ขนคิ้วธรรมชาติจึงยังคงเจริญเติบโตได้ตามปกติ
- ลดความเสี่ยงการเกิดแผลเป็น: พลังงานแสงไม่ทำให้เกิดบาดแผลเปิดบนผิวชั้นนอก
จึงลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ครอบคลุมทุกเฉดสี: สามารถจัดการได้ทั้งสีดำ
สีน้ำตาล รวมถึงสีที่ลบยากอย่างสีแดงหรือสีเขียว
ลบรอยสักคิ้วและรอยสักบนร่างกายบริเวณใดได้บ้าง?
การลบรอยสักด้วยเลเซอร์สามารถทำได้ในหลายบริเวณของร่างกาย
รวมถึงรอยสักคิ้ว โดยสามารถใช้กับรอยสักที่ทำด้วยเครื่องสักและการสักด้วยมือ เช่น
การสักคิ้วแบบ Microblading ทั้งนี้ต้องพิจารณาความลึกของเม็ดสีและสภาพผิวบริเวณที่ทำด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการลบรอยสักคิ้ว
การประเมินโดยแพทย์มีความสำคัญเป็นพิเศษ
เนื่องจากเม็ดสีที่ใช้ในเครื่องสำอางกึ่งถาวรอาจมีส่วนผสมแตกต่างจากหมึกสักทั่วไป
และบางชนิดอาจเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นหลังได้รับพลังงานเลเซอร์
โดยการตรวจสอบสีสักและประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มรักษาจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
โดยเฉพาะกรณีที่เคยเติมสีหรือสักทับหลายครั้ง
ลบรอยสักคิ้วต้องทำกี่ครั้ง?
เว้นระยะห่างเท่าไร?
จำนวนครั้งในการลบรอยสักแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โดยขึ้นอยู่กับชนิดของหมึก ความลึกของเม็ดสี ปริมาณสีที่สะสม
และการตอบสนองของร่างกาย
สำหรับการประเมินเบื้องต้น
แนวทางการรักษาอาจใช้จำนวนครั้งโดยประมาณดังนี้
- รอยสักด้วยเครื่อง: ประมาณ 4–8
ครั้ง
- รอยสักด้วยมือ: ประมาณ 1–4
ครั้ง
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงค่าประมาณสำหรับการวางแผนเบื้องต้น
ไม่ใช่จำนวนครั้งที่รับประกันว่าจะลบสีได้หมด
เนื่องจากรอยสักด้วยมือแต่ละรูปแบบอาจมีความลึกและปริมาณเม็ดสีแตกต่างกันมาก
โดยทั่วไป
การทำเลเซอร์แต่ละครั้งจะเว้นระยะประมาณ 4–8 สัปดาห์ หรือตามที่แพทย์ประเมิน
เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและร่างกายมีเวลาจัดการกับเม็ดสีที่แตกตัวแล้ว
ซึ่งหลังทำเลเซอร์ สีสักอาจค่อย ๆ จางลง
และอาจต้องรักษาต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย
ลบรอยสักคิ้วแล้วขนคิ้วจะร่วงไหม?
มีโอกาสเป็นแผลเป็นหรือไม่?
- ความกังวลเรื่องขนคิ้วร่วงและแผลเป็นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนลังเลที่จะลบรอยสักคิ้ว
สำหรับการลบรอยสักคิ้วด้วย MedLite C6 Laser หรือ PicoSure Laser โอกาสในการเกิดแผลเป็นและขนคิ้วร่วงจะน้อยมาก
ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการดูแลแลผิวของคนไข้ในแต่ละราย
- ทั้งนี้
การเลือกใช้เลเซอร์อย่างเหมาะสมโดยผู้มีความรู้ทางการแพทย์
และการปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้
ก่อนลบรอยสักคิ้ว
ควรเตรียมตัวอย่างไร?
เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับสภาพผิวและรอยสักของแต่ละคน
ควรเตรียมตัวดังนี้
- แจ้งประวัติการสักคิ้ว
ควรแจ้งว่าเคยสักด้วยวิธีใด เคยเติมสีหรือสักทับหรือไม่
- แจ้งประวัติสุขภาพและการเกิดแผลเป็น
หากมีโรคผิวหนัง มีประวัติเป็นคีลอยด์ หรือกำลังใช้ยาที่อาจมีผลต่อการรักษา
ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
- ให้แพทย์ประเมินสีสักก่อนเลือกเลเซอร์
แพทย์จะพิจารณาชนิดของเม็ดสี ความลึก และสภาพผิว
เพื่อเลือกเทคโนโลยีและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
ลบรอยสักคิ้วที่ไหนดี?
เริ่มต้นด้วยการประเมินโดยแพทย์
หากกำลังมองหาวิธีลบรอยสักคิ้ว
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทรงคิ้วไม่ถูกใจ สีสักเพี้ยน
หรืออยากปรับลุคให้เหมาะกับใบหน้าในปัจจุบัน
ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการประเมินสภาพผิวและเม็ดสีโดยแพทย์
การเลือกใช้ MedLite
C6 Laser หรือ PicoSure
Laser ควรพิจารณาจากชนิดของหมึกและความเหมาะสมของการรักษา
ไม่ใช่เพียงเลือกจากชื่อเครื่องหรือจำนวนครั้งที่น้อยกว่า
เพราะรอยสักแต่ละแบบตอบสนองต่อเลเซอร์แตกต่างกัน
นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์และประเมินรอยสักคิ้วของคุณ ให้แพทย์ ที่
ศรินยา คลินิก เชียงใหม่ ช่วยวิเคราะห์สีสัก สภาพผิว และวางแผนจำนวนครั้งโดยประมาณ
พร้อมอธิบายผลลัพธ์ที่คาดหวังได้และความเสี่ยงที่ควรทราบก่อนเริ่มรักษา
